คาดค้าเสรีอาเซียน-ญี่ปุ่นมีผลบังคับปลายปีนี้

พาณิชย์ชี้ผู้นำอาเซียน-ญี่ปุ่นเซ็นต์ลงนาม “เอเจเซบ” ได้เดือนส.ค.นี้ คาดช่วยนักธุรกิจไทยลงทุนอสังหาฯ-ทัวร์ ในญี่ปุ่นได้100% น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร  รมช.พาณิชย์ เปิดเผยในการเปิดงานสัมมนา “ไทย-ญี่ปุ่น หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจผ่านเอฟทีเอ  ว่า  ในเดือน ส.ค. นี้อาเซียนและญี่ปุ่นจะมีการลงนามความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ญี่ปุ่น (เอเจเซบ) ซึ่งเป็นความตกลงด้านการค้าบริการ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดาและการลงทุน  

และคาดว่าจะมีบังคับใช้ภายในปลายปีนี้  ส่งผลให้ผู้ประกอบการของไทยสามารถเข้าไปลงทุนในสาขาบริการต่างๆ ที่ไทยมีศักยภาพในญี่ปุ่นได้ 100%  เช่น  การโฆษณา,จัดเลี้ยง, จัดประชุม ,บริการทัวร์และไกด์, จัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ, โรงแรม, สปา, อสังหาริมทรัพย์ และ ร้านอาหาร เป็นต้น “กระทรวงฯ ต้องการที่จะแจ้งให้ผู้ประกอบการไทยได้รู้ถึงโอกาสในการเข้าไปลงทุนในสาขาบริการต่างๆ ในญี่ปุ่น หลังจากที่ความตกลงมีผลบังคับใช้ เพราะในเรื่องการค้าสินค้า ตอนนี้แทบจะไม่ต้องมีความกังวลอะไรแล้ว ภาษีสินค้าส่วนใหญ่ลดภาษีลงมาเหลือ 0% เกือบหมด ยกเว้นก็แต่สินค้าอ่อนไหวบางรายการ ที่ภาษียังไม่เป็น 0%แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไร เพราะไทยได้ใช้ประโยชน์จากการลดภาษีภายใต้เอฟทีเอ ทั้งในกรอบ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่นเจเทป้า และ และความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ญี่ปุ่น (เอเจเซบ)   ในการส่งออกไปตลาดญี่ปุ่นได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง”
 
น.ส.ชุติมา กล่าวว่า ในการเปิดเสรีด้านการค้าบริการและการลงทุน ไทยได้เปิดให้นักลงทุนของญี่ปุ่นและอาเซียนเข้ามาประกอบธุรกิจได้ในสาขาบริการ เช่น บริการธุรกิจ โทรคมนาคม การเงิน อสังหาริมทรัพย์ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยสามารถเข้ามาถือหุ้นได้ 49% หรือ 70% ตามประเภทของธุรกิจ โดยไทยไม่ได้เปิดตลาดเกินกว่ากรอบความตกลงว่าด้วยบริการอาเซียน. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews