โรดโชว์ย้ำโทษเมาเกลื่อนเมือง เยาวชนต้องรู้เท่าทัน

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กำลังสร้างปัญหาให้คนในหลายประเทศเกือบทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่นับวันจะเพิ่มจำนวนนักดื่มหน้าใหม่ขึ้นเรื่อยๆ ด้วยปัจจัยทางสังคมเอื้ออำนวย และแผนการตลาดจากเครื่องดื่มน้ำเมาในรูปแบบต่างๆ
เมื่อเร็วๆ นี้ มีการจัดกิจกรรมตีแผ่ผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านภาพยนตร์ “A RoyalHangover” หรือเมาเกลื่อนเมือง และมีการจัดโรดโชว์กันที่โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กลุ่มเยาวชนตระหนักถึงปัญหาผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีนักเรียนและบุคลาการทางการศึกษาให้ความสนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

โดยก่อนชมภาพยนตร์ ตัวแทนเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ได้มอบป้ายข้อความ “สถานศึกษาปลอดบุหรี่และสุราตามกฎหมาย” ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 และตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่และการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานศึกษา ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการลงนามไปเมื่อ 10 สิงหาคม 2560 โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์เป็นผู้รับมอบ
นายกรวิทย์ เลิศศิริโชค ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ กล่าวว่า โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์เป็นโรงเรียนขนาดกลาง สอนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 มีเด็กทั้งหมด 1,060 คน เด็กส่วนใหญ่มาจากชุมชนประมาณ 70% ที่เหลืออีก 30% เป็นเด็กจากที่อื่น ซึ่งการที่เด็กอยู่ในชุมชนจะพบเห็นพฤติกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเรื่องเหล้า บุหรี่ หรือแม้แต่สารเสพติด
ถือเป็นหน้าที่ของโรงเรียนที่จะช่วยคัดกรอง กล่อมเกลาให้เด็กเหล่านี้ตระหนักถึงผลเสียที่จะตามมาในรูปแบบของกิจกรรมที่หลากหลาย โดยทางโรงเรียนได้ร่วมกับเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมชมภาพยนตร์สารคดี “A Royal Hangover” หรือเมาเกลื่อนเมือง ในโครงการสร้างกระบวนการเรียนรู้ผลกระทบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
รวมทั้งยังมีการแสดงละครรณรงค์และเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้มุมมองผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ส่งกระทบต่อสังคม โดยได้รับความสนใจจากเด็กๆ เป็นอย่างมาก และเป็นการสนับสนุนนโยบายที่ดีของกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะทำให้โรงเรียนลดปัญหาจากบุหรี่และสุรา ให้ครูเป็นแบบอย่างที่ดี ให้นักเรียนรู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อของบุหรี่และสุรา
ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดมกุฏกษัตริย์กล่าวต่อว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้นักเรียนตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เด็กมีภูมิคุ้มกันรู้เท่าทันและป้องกันตัวเองให้รอดพ้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกที่หน่วยงานภายนอกเข้ามาให้ความรู้ โดยจะดึงเด็กในกลุ่มที่มีพฤติกรรมสูบบุหรี่ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงเข้าร่วมกิจกรรมและพัฒนา อบรมให้เป็นแกนนำ ให้ความรู้ในรูปแบบพี่สอนน้อง เพื่อให้เด็กๆ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และต้องติดตาม เฝ้าระวัง เพื่อดูว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไรบ้างหลังร่วมกิจกรรม ซึ่งทางโรงเรียนได้มีมาตรการอยู่แล้ว
น.ส.ปัทมา ตันไพบูลย์ หรือ “ครูยุ้ย” หัวหน้ากลุ่มงานสาระการเรียนสุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้ถือว่าดีมาก เรื่องราวถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกได้ชัดเจน ทำให้เด็กเข้าใจได้ง่ายขึ้น ส่วนการนำไปปฏิบัติขึ้นอยู่กับตัวเด็กเอง เนื่องจากเด็กในโรงเรียนมาจากหลากหลายครอบครัว และในฐานะครูสุขศึกษาที่มีความใกล้ชิดกับเด็กๆ ได้พยายามคัดกรอง ให้ความช่วยเหลือเวลาเด็กมีปัญหา มีการเยี่ยมบ้านดูความเป็นอยู่ จัดกิจกรรมให้ความรู้ โดยทางโรงเรียนได้ประสานงานกับเครือข่ายฯ เพื่อให้เข้ามาช่วยออกแบบกิจกรรม โดยสอดแทรกเรื่องของพิษภัยเหล้า บุหรี่ และสารเสพติดในกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
ด้าน “น้องดิว” เด็กชายวทัญญู สอดศรี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ กล่าวว่า สิ่งที่ได้จากการเข้าร่วมกิจกรรมชมภาพยนตร์ A Royal Hangover หรือเมาเกลื่อนเมือง ที่ทางโรงเรียนร่วมกับทางเครือข่ายฯ จัดขึ้น ทำให้รู้ว่าคนที่ติดเหล้าแล้วเลิกยากมาก ทางที่ดีควรสร้างพื้นฐานในการป้องกันและหลีกเลี่ยงการข้องเกี่ยวดีที่สุด ขณะที่สังคมเองก็ต้องเข้าใจและมองคนที่ติดเหล้าเหมือนคนป่วยที่ต้องได้รับการรักษา หลังจากนี้จะนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในการหลีกเลี่ยง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเหล้า บุหรี่ และจะคอยเตือนเพื่อนด้วย
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการบริหารกองทุนและกรรมการสำนัก 1 สสส. ได้กล่าวถึงภาพยนตร์ “A RoyalHangover” ว่าปัญหาเรื่องเครื่องแอลกอฮอล์ไม่เพียงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นปัญหาของทั่วโลกด้วย ซึ่งภาพยนตร์ดังกล่าวได้สะท้อนแง่มุมได้ 3 ช่วงเวลา คือ ช่วงแรกหนังได้สะท้อนให้เห็นถึงสาเหตุของประชาชนที่หันไปดื่มแอลกอฮอล์ อันเนื่องมาจากเพราะอดีตหรือประวัติศาสตร์ เช่น การส่งเบียร์ไปยังกองทัพ ไม่เชื่อมั่นว่าน้ำสะอาด ต้องดื่มเบียร์ และความเชื่อ
ฉะนั้น หากจะมองปัญหาว่าทำไมคนหันไปกินเหล้าต้องมองหลายมิติ และหากจะแก้ปัญหาต้องย้อนกลับไปยังต้นเหตุด้วย ต่อมาถึงเรื่องของผลกระทบจากการดื่มที่สะท้อนให้เห็นว่ามักส่งผลกระทบแก่ผู้อื่น ทั้งหน่วยงานรัฐที่ต้องทุ่มงบประมาณจำนวนมาก ตลอดจนสังคมและครอบครัว และช่วงสุดท้ายหากจะแก้ปัญหาโดยการดึงเยาวชนออกมาจากปัญหาจะทำอย่างไรได้บ้าง ซึ่งสะท้อนไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาอย่างไร รวมถึง สสส.ด้วย
การสร้างความตระหนักให้เยาวชนรับรู้ถึงปัญหาและผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถือเป็นเรื่องดีที่จะช่วยย้ำเตือนและสอนให้รู้เท่าทันอบายมุขเหล่านี้ได้
/ขอบคุณ สสส